Homeบทความบทความ :: จากทางบ้านความสุขกับปัจจุบัน

ความสุขกับปัจจุบัน

(ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต)

"ด้วยความหวังนี้เราก็ได้รอดพ้นแล้ว
ความหวังที่มองเห็นได้ก็ไม่ใช่ความหวัง
เพราะสิ่งที่มองเห็นได้แล้ว เขาจะหวังไปทำไมอีกเล่า
ถ้าเราหวังสิ่งที่เรามองไม่เห็น
เราก็ย่อมมีความมานะพากเพียรรอคอยสิ่งนั้น”

รม.8:24-25


“วิเศษจริง ๆ"

ปัญญาเอ่ยออกมาอย่างแทบไม่รู้ตัวหลังจากได้สูดอากาศเค็ม ๆ
ของทะเลที่อยู่ตรงหน้าจนเต็มปอด
นักวิชาการหนุ่มกับวันพักผ่อนบนเกาะเล็ก ๆ
อันแสนสบายในทะเลอันดามัน ที่ซึ่งเขาได้แบกเอาเกือบทุกอย่าง
จากกรุงเทพฯมาไว้ในกระเป๋าสะพาย 3 ใบ
ยกเว้นเพียงแต่สำนักงานที่เขาใช้เวลาอยู่มากกว่าบ้านเท่านั้น

หลังจากได้ดื่มด่ำกับทิวทัศน์สวยงามพอสมควรแล้ว
เขานั่งลงพร้อมกับมองไปรอบ ๆ และพบว่าตัวเอง
กำลังอยู่บนหาดทรายสีขาวที่ยาวและเงียบสงบ
ไร้ซึ่งผู้คนเสียเหลือเกิน แต่เดี๋ยวก่อน ...

ที่ไกลออกไปเกือบสุดหาด มีคน ๆ หนึ่งกำลังเดินอยู่
ปัญญาไม่รู้สึกสนใจอะไรนัก
และคิดว่าคงเป็นแค่ชาวบ้านท้องถิ่นคนหนึ่ง
เขาจึงหันกลับไปเพลิดเพลินกับสายลม
เสียงคลื่นและบรรยากาศของท้องทะเลยามบ่ายแก่ ๆ ต่อไป

เวลาผ่านไปพอสมควร ปัญญาพบว่าตัวเองกำลังใกล้จะหลับ
แต่กลับรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างมุ่งหน้าเข้ามาใกล้
เขาหันไปมองจึงเห็นว่าเป็นคนที่เขาพบว่าเดินอยู่แต่ไกลนั่นเอง
แต่สิ่งที่ปรากฎแก่สายตาของในขณะนั้นดูผิดปรกติอย่างมาก...

เพราะคน ๆ นี้กำลังเดินถอยหลังมาทีละก้าว ... ทีละก้าว
เขาเดินก้มหน้ามองพื้นด้วยท่าทีที่สำรวมมาก
ไม่นานนักเขาก็เดินถอยหลังผ่านหน้าปัญญาไปอย่างช้า ๆ


“สวัสดี” เขากล่าวทักทายออกมาอย่างอารมณ์ดีโดย
ไม่มองหน้าปัญญา ตอนนี้เห็นได้ชัดเจนว่าเขาเป็นชายหนุ่ม
ที่แต่งตัวสะอาดเรียบร้อย แต่ไม่สวมรองเท้า
เขาเดินถอยหลังไปด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าอย่างมีความสุขขณะที่
จ้องมองรอยเท้าของตนเองบนผืนทราย

ปัญญาตัดสินใจทิ้งสัมภาระไว้และเดินตามไปเพื่อทำความรู้จัก

“สวัสดี ผมชื่อปัญญา คุณอยู่แถวนี้หรือ?” ปัญญา
เอ่ยทักทายขณะเร่งฝีเท้าตาม

ชายคนนั้นยังคงเดินต่อไปเรื่อย ๆ แต่ละสายตาจากรอยเท้าและ
เงยหน้าขึ้นมองปัญญาแล้วตอบว่า
“ผมชื่อศรัทธา ... จริง ๆไม่ได้อยู่แถวนี้หรอก”

“เอ่อ ... ขอโทษนะ! คุณกำลังทำอะไรครับ” ปัญญาถาม
ตามที่สงสัยอย่างนักหนา

ศรัทธายิ้มให้กับปัญญาและตอบว่า “ก็กำลังเดินสิครับ
แต่คุณคงสงสัยว่า ทำไมผมจึงเดินแบบนี้มากกว่า ใช่มั้ย?”

“ใช่ ทำไมคุณจึงกำลังเดินถอยหลังล่ะ?” ปัญญาถามต่อ

“จริงหรือ? ผมกำลังเดินถอยหลังหรือ?
แล้วคุณล่ะ กำลังเดินไปข้างหน้าหรือข้างหลัง?” 
ศรัทธาถาม
กลับพร้อมกับชี้ไปที่เท้าของปัญญาซึ่งกำลังก้าวไปข้างหน้า

ปัญญาหัวเราะพร้อมกับตอบว่า “เออ! ... จริงสิเรากำลัง
เดินไปข้างหน้าเหมือนกัน เพียงแต่คุณหันหลังเดินไป
เท่านั้นเอง”

ศรัทธายิ้มแต่ไม่พูดอะไรแล้วก้มหน้าเดินและ
มองรอยเท้าตนเองต่อไปสักครู่ก่อนจะบ่นกับตัวเองว่า
“ใช่ ... ไม่มีใคร ... สามารถถอยหลังได้หรอก”

“ถ้าอย่างนั้นคุณพอจะบอกผมได้มั้ยว่า
ทำไมคุณจึงหันหลังเดินไปแบบนี้?” 
ปัญญาถามต่อ

“ที่ผมเดินแบบนี้เป็นเพียงแค่การทำในสิ่งที่สอดคล้องกับ
ความเป็นจริงของชีวิตเท่านั้นเอง” 

ศรัทธาตอบด้วยสีหน้าจริงจัง

ปัญญาถามอีก “ผมไม่เข้าใจ มันหมายถึงอะไร?”

ศรัทธาหยุดและก้มลงหยิบทรายขึ้นมาหนึ่งหยิบมือแล้ว
เดินต่อสักครู่ก่อนจะถามว่า “คุณรู้มั้ยว่าเหตุการณ์ในอีก
หนึ่งนาทีข้างหน้าของคุณจะเป็นอย่างไร?”

ปัญญารู้ดีว่าคำตอบของคำถามนี้เป็นสัจธรรมเพราะไม่มีใคร
ล่วงรู้อนาคตได้ ดังนั้น มันเป็นเหมือนการบังคับให้ตอบว่า “ไม่รู้”
แต่เขาคิดว่าจะยอมเป็นคน “ไม่รู้” ง่าย ๆ แบบนั้นมันก็ไม่ใช่
”ปัญญา” สิ เขาจึงตอบโดยเพิ่มประเด็นในแง่ของเจตนา
ในขอบเขตภายใต้ความสามารถของตนเองเข้าไป
เพื่อจะเลี่ยงไม่ตอบคำว่า “ไม่รู้” ให้ได้

“รู้สิครับ ผมตั้งใจว่าจะเดินไปข้างหน้าแบบนี้
ไม่น้อยไปกว่า 3 นาที เพราะฉะนั้น เหตุการณ์
ในอีกหนึ่งนาทีข้างหน้าของผมก็ คือ
การเดินตรงไปข้างหน้าแบบนี้แหละ”

ศรัทธายิ้มให้เพื่อนใหม่ผู้ชอบประลองปัญญาสมชื่อแล้วถามขึ้นว่า
“ภายในหนึ่งนาทีข้างหน้านี้จะไม่หยุดเดินเลยหรือครับ?”

“ไม่หยุดครับ!” ปัญญาตอบสวนทันควัน

ศรัทธาจึงโยนทรายในมือหมายไปที่หน้าของปัญญาทันที
ปัญญาเห็นดังนั้นจึงหยุดเดินด้วยความตกใจ ก่อนที่
ทรายหยิบมือนั้นจะโดนหน้าตนเอง

“ขอโทษครับ หวังว่ามันคงไม่โดนคุณจริง ๆ นะ
ผมแค่ตั้งใจจะทำให้คุณหยุดเดินเท่านั้นแหละ”

ศรัทธากล่าวพร้อมหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

ปัญญาหัวเราะก่อนพูดขึ้นว่า “อืม! ... ไม่โดนหรอกครับ
เพราะผมหยุดทัน แต่คุณขี้โกงนะ”

“จริงหรือ? ผมไม่ได้บอกนี่ว่าผมจะไม่ทำอะไร” 
ศรัทธาแย้งขึ้นแล้วเสริมต่อว่า “จริง ๆ คุณก็รู้ว่าไม่มีทาง
ที่ใครจะสามารถกำหนดอนาคตตัวเองได้เลย
แม้จะเป็นเรื่องง่าย ๆ ที่ไม่เกินความสามารถ
ของตนเองด้วยซ้ำไป”

“ก็ได้ ยอมรับก็ได้ แต่ผมยังไม่เห็นว่าการหันหลังเดิน
ของคุณมันจะเกี่ยวอะไรกับความจริงของชีวิตเลย”

ปัญญาทวงถามถึงความหมายของสิ่งที่ศรัทธากำลังทำ

ศรัทธาหันไปมองทะเลเหมือนกำลังหาอะไรบางอย่างแล้ว
ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ทันใดนั้นลมแรงพัดปะทะหน้าของเขา
เขาหลับตาและยิ้มก่อนเอ่ยปากชวนว่า “ทำไมไม่ลอง
หันหลังเดินไปกับผมดูซักหน่อยล่ะ?”

ทั้งสองหันหลังเดินเคียงกันไปเรื่อย ๆ ครู่ใหญ่
ปัญญาเริ่มรู้สึกระแวงโดยกลัวว่าจะเหยียบไปบน
สิ่งที่ไม่พึงปรารถนาสารพัด เขาไม่สามารถจะเดินไปได้โดย
ไม่หันหลังไปมองเกือบทุก ๆ 3 ก้าว

ศรัทธาสังเกตเห็นเช่นนั้นก็ยิ้มแล้วพูดว่า “เอาเถอะ
ถ้าไม่สบายใจไม่ต้องก็ได้นะครับ เดินตามถนัดเถอะ”

ปัญญาได้ยินเช่นนั้นจึงกลับไปเดินแบบปกติพร้อมกับกล่าวว่า 
“เฮ้อ! ... ค่อยยังชั่วหน่อย ไม่ไหวครับ
เดินแบบนั้นแล้วไม่สบายใจจริง ๆ นะ”

ศรัทธาหัวเราะแล้วพูดว่า “ชีวิตคนเราก็เหมือนกับ
การเดินย่ำเท้าโดยหยุดไม่ได้ ไปเรื่อย ๆ
ทีละก้าวบนเส้นทางที่เราก็มองไม่เห็นว่าย่างก้าว
ข้างหน้านั้นจะเหยียบไปบนอะไรแหละครับ
เพราะไม่มีใครหยุดเวลาได้
และต้องอยู่กับสัจธรรมที่ว่าเราไม่รู้จริง ๆ ว่า
กำลังจะเกิดอะไรขึ้นแม้ในอีกแค่เสี้ยววินาทีข้างหน้า”

ศรัทธาชี้ไปที่รอยเท้าของตนเองบนหาดทรายแล้วกล่าวต่อว่า
“เราเห็นได้แต่เพียงร่องรอยบนเส้นทางที่ผ่านมาแล้ว
ผมว่ามันไม่ต่างอะไรกับสิ่งที่ผมเองกำลังทำอยู่นี้เลย”

“มันก็จริง ผมยอมรับในเรื่องที่ว่าชีวิตก็เหมือนกับ
การที่คุณกำลังเดินแบบนี้ แต่ผมไม่เห็นว่ามนุษย์เรา
จำเป็นต้องรู้หรือกำหนดอนาคตของตนเองได้นะ
แค่เรามีความสุขกับปัจจุบันก็พอแล้ว”
 ปัญญากล่าว

ศรัทธาย้อนถามทันที “แล้วคุณแน่ใจหรือครับ?
คุณก็ได้ลองหันหลังเดินกับผมดูสักพักแล้วนี่!
ระหว่างเดินนั้นพอจะหาความสุขกับปัจจุบันอะไรของคุณ
ได้บ้างมั้ยล่ะ? คนเราจะมีความสุขแท้จริงได้อย่างไร
ท่ามกลางความวิตกกังวลกับอนาคตที่ไม่แน่นอน
คุณรู้ใช่มั้ยว่าคนเราทุ่มเทเงินทอง แรงงานและ
เวลาเพื่อศึกษาอะไรกันไปตั้งมากตั้งมาย
เพียงเพื่อจะเพิ่มพูนความสามารถในการลดความเสี่ยง
จากความไม่แน่นอนของอนาคต คิดดูสิครับ!
เราจะพยายามกันขนาดนั้นไปทำไมถ้าไม่ใช่เพราะ
เราไม่มีความสุขกับชีวิตที่เต็มไปด้วย
ความวิตกกังวลและกลัวในความไม่แน่นอน
การที่คุณจะมีความสุขกับชีวิตได้นั้น
คุณต้องมีความเชื่อมั่นในอะไรสักอย่างหนึ่ง
ที่ไว้ใจได้อย่างแท้จริง มนุษย์ปัจจุบันส่วนใหญ่
มีความเชื่อมั่น โดยบางคนอาจถึงขั้นงมงายในหลักการ
ทางวิทยาศาสตร์ซึ่งเป็นสิ่งที่จะช่วยให้เขามั่นใจ
และอยู่รอดปลอดภัยในดำเนินชีวิตสู่อนาคตที่มองไม่เห็น
แต่ผมกลับเห็นว่ามันเป็นเรื่องตลก”

ปัญญาสงสัยและถามต่อว่า “ผมก็เป็นคนหนึ่งที่เชื่อใน
หลักการทางวิทยาศาสตร์ แล้วมันตลกตรงไหนครับ?”

ศรัทธา: “มันตลกตรงที่ไม่รู้ว่าเขาต้องอุตส่าห์ไป
อ้างหลักการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นวิทยาศาสตร์หรือ
ปรัชญาอะไรมากมายทำไม เพราะมันไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยเลย
คุณไม่จำเป็นต้องมีหลักการอะไรเลยก็ได้ เพียงเพื่อจะมีความสุขกับชีวิต
เพราะการล่วงรู้ทุกสิ่งไม่ได้ทำให้ใครมีความสุขเลย
ตรงกันข้ามมันกลับจะทำให้คุณเบื่อหน่ายกับชีวิตที่ไม่มีอะไรน่าค้นหา
และสิ่งที่จะต้องเกิด ยังไงมันก็ต้องเกิด คุณแก้ไขอะไรไม่ได้หรอก
และสิ่งที่แน่นอนอย่างหนึ่งที่ต้องเกิดก็ คือ
ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงและดำเนินไปสู่จุดจบ 
แค่ทำใจยอมรับจุดจบที่แน่นอน ซึ่งในมุมแของมนุษย์เราก็คือความตาย
ยอมรับให้ได้ และมีความสุขเท่าที่ชีวิตอันแสนสั้นและ
ความสามารถน้อย ๆ ของคนเราจะหาได้ก็พอแล้ว
รู้ไหมครับว่าถ้าคุณลองพยายามหันหลังเดินไปเรื่อย ๆ
จนชินแล้ว ในที่สุดคุณก็จะไม่รู้สึกหวาดระแวง
อะไรอีกต่อไป และเมื่อถึงตอนนั้นคุณอาจสามารถ
มีความสุขแบบที่คุณเรียกก็ได้นะ อะไรนะ?
... มีความสุขกับปัจจุบันใช่มั้ยครับ?
ผมขอเรียกแบบนี้ดีกว่านะ คือ มันเป็นแค่ 
ความสำเร็จในการทำใจยอมรับความสูญเสีย
ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และจำต้องมีความสุขตามอัตภาพ”

ปัญญา: “ผมเข้าใจแล้ว สิ่งที่คุณทำอยู่นี่ก็คือการพิสูจน์ว่า
แค่คุณอยู่กับภาวะเสี่ยงจนชินแล้ว
คุณก็จะไม่กลัวกับความไม่แน่นอนอีก
และก็จะมีความสุขได้ใช่มั้ย?”

ศรัทธา: “ใช่ คุณตอบถูกในกรณีของมนุษย์ส่วนใหญ่ในโลกนี้
เพราะมันเป็นวิธีเดียวที่เขาจะทำได้เพื่อจะได้มีความสุข
แต่คุณตอบผิดในกรณีของผม เพราะผมไม่ได้ทำแบบนั้น
เพื่อจะมีความสุข”

ปัญญา: “อ้าว! แล้วกรณีของคุณเป็นยังไงครับ?”

ศรัทธา: “ขอบอกตามตรงว่าผมไม่ได้เคยชินกับความเสี่ยงเลยสักนิดเดียว
ความจริงแล้ว ผมไม่เคยคิดจะทำให้ตัวเองชินกับมันด้วยซ้ำไป”

ปํญญา: “แต่ผมเห็นคุณเดินยิ้มอย่างมี
ความสุขตลอดเวลาเลยนี่ แล้วคุณมีความสุขได้อย่างไร? ผมไม่เข้าใจ”

ศรัทธา: “ใช่ ผมมีความสุขโดยเฉพาะอย่างยิ่ง
เวลาที่มองเห็นรอยเท้าตัวเองบนชายหาด
คุณหันไปดูสิ ผมเดินมาได้ไกลมาก
และผมน่าจะเดินไปได้เรื่อย ๆ อีกไกล
มันเป็นเครื่องยืนยันว่าที่ผ่านมา สิ่งที่ผมเชื่อมั่นนั้น
ได้ให้ความรักและการดูแลแก่ผมเป็นอย่างดี
ซึ่งทำให้ผมมีความสุขกับอดีตที่รู้ว่า
ผมได้รับความรักมากมาย
และนอกจากนั้นผมก็ยังมีความสุขกับอนาคต
เพราะผมได้ตั้งความหวังในการเดินทางสู่จุดสิ้นสุดไว้บน
ความเชื่อต่อสิ่งที่มีความรักยิ่งใหญ่เดียวกันนั้น
ผมจึงไม่มีความกลัวหรือวิตกกังวลใด ๆ เลย"

ปัญญา: “แล้วทำไมคุณไม่มีความสุขกับปัจจุบันหรือ?”

ศรัทธา: “ไม่ว่าจะเป็นผมหรือคุณหรือใครก็ตาม
ไม่มีใครจะมีชีวิตอยู่ในกาลเวลาของปัจจุบันได้
เพราะปัจจุบันกาลก็ไม่ต่างกับจุดซึ่งเคลื่อนที่ไปเรื่อย ๆ
บนเส้นตรง จุดที่ว่านั้นได้แบ่งเส้นตรงแห่งกาลเวลา
เป็นอดีตและอนาคตโดยมันเคลื่อนที่ไปในทิศทางของ
อนาคตอย่างไม่มีวันหยุด คุณไม่สามารถยืนอยู่บนจุดเพราะ
มันไม่มีพื้นที่ในตัวเองฉันใด คุณก็ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ใน
ปัจจุบันกาลเพราะมันไม่มีช่วงเวลาในตัวเองฉันนั้น
ความสุขกับปัจจุบันจึงเป็นคำพูดของคนที่ไม่เข้าใจ
เท่านั้นแหละครับ”

ปัญญาหยุดเดิน ... เขารู้สึกเศร้าอย่างบอกไม่ถูก ...
เขายืนมองหน้าศรัทธาเดินจากไปทีละก้าว ... ทีละก้าว
... จนหายลับกับสายตาไปในที่สุด

 

โดย คุณรอหรรษ์

พระศาสนจักร


สถิติการเยี่ยมชม

3829349
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
1884
2916
11294
3779369
76855
145889
3829349
Your IP: 54.242.25.198
Server Time: 2019-06-19 14:21:31




KAMSONCHAN

 

   องค์กรคาทอลิก              คณะนักบวช  
 

สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย
คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรม
แผนกคริสตศาสนธรรม
อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
ศูนย์คริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
สังฆมณฑลจันทบุรี
คณะรักกางเขนแห่งจันทบุรี
มูลนิธิสงเคราะห์เด็ก พัทยา
คามิลเลียนโซเชียลเซนเตอร์ ระยอง

  สังฆมณฑลนครราชสีมา                       
ศูนย์คริสตศาสนธรรม สังฆมณฑลนครราชสีมา
สังฆมณฑลอุบลราชธานี
ศูนย์คริสตศาสนธรรม สังฆมณฑลอุบลราชธานี   
สังฆมณฑลราชบุรี
ศูนย์คริสตศาสนธรรม สังฆมณฑลราชบุรี
ศูนย์คริสตศาสนธรรม สังฆมณฑลราชบุรี
สังฆมณฑลนครสวรรค์
สังฆมณฑลเชียงใหม่
  สังฆมณฑลสุราษฎ์ธานี
สังฆมณฑลอุดรธานี
ศูนย์คริสตศาสนธรรม สังฆมณฑลอุดรธานี

สภาการศึกษาคาทอลิกประเทศไทย
คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อความยุติธรรมและสันติ (ยส.)
คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อสุขภาพอนามัย
สื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย
สื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย (อุดมสาร)
  ชมรมอธิการิณีเจ้าคณะนักบวชแห่งประเทศไทย
คณะภคินีเซนต์ปอลเดอร์ชาร์ต
คณะภคินีศรีชุมพาบาล       
คณะพระมหาไถ่แห่งประเทศไทย
คณะเซนต์คาเบรียล
คณะซาเลเซียน
คณะซาเลเซียน (ซิสเตอร์)
กางเขนแดงสาร

 



JSN Megazine template designed by JoomlaShine.com