Homeบทความบทความ :: คุณพ่อเอนก นามวงษ์ท่านคือผู้ประกาศว่า พระเยซูเจ้าผู้ทรงกลับคืนชีพ

ท่านคือผู้ประกาศว่า พระเยซูเจ้าผู้ทรงกลับคืนชีพ

(ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต)

          มา​รีย์​ยังคง​ยืน​ร้องไห้​อยู่​นอก​พระ​คูหา ขณะที่​ร้องไห้​นั้น นาง​ก้ม​ลง​มอง​ใน​พระ​คูหา ก็​เห็น​ทูต​สวรรค์​สอง​องค์​สวม​เสื้อ​ขาว​นั่ง​อยู่​ตรง​ที่​ที่​เขา​วาง​พระ​ศพ​ของ​พระ​เยซู​เจ้า​ไว้ องค์​หนึ่ง​นั่ง​อยู่​ทาง​เบื้อง​พระ​เศียร อีก​องค์​หนึ่ง​นั่ง​อยู่​ทาง​เบื้อง​พระ​บาท ทูต​สวรรค์​ทั้ง​สอง​ถาม​นาง​ว่า “นาง​เอ๋ย ร้องไห้​ทำไม” นาง​ตอบ​ว่า “เขา​นำ​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ของ​ดิฉัน​ไป​แล้ว ดิฉัน​ไม่​รู้​ว่า เขา​นำ​พระ​องค์​ไป​ไว้​ที่ใด” ​ตอบ​ดังนี้​แล้ว นาง​ก็​หันกลับ​มา และ​เห็น​พระ​เยซู​เจ้า​ทรง​ยืน​อยู่​ที่นั่น แต่​ไม่​รู้​ว่า​เป็น​พระ​เยซู​เจ้า พระ​องค์​ตรัส​ถาม​นาง​ว่า “นาง​เอ๋ย ร้องไห้​ทำไม กำลัง​เสาะหา​ผู้ใด” นาง​คิด​ว่า​พระ​องค์​เป็น​คนสวน จึง​ตอบ​ว่า “นาย​เจ้า​ขา ถ้า​ท่าน​นำ​พระ​องค์​ไป ช่วย​บอก​ดิฉัน​ว่า​ท่าน​นำ​พระ​องค์​ไป​ไว้​ที่ไหน ดิฉัน​จะ​ได้​ไป​นำ​พระ​องค์​กลับ​มา” พระ​เยซู​เจ้า​ตรัส​เรียก​นาง​ว่า “มา​รีย์” นาง​จึง​หัน​ไปทูล​พระ​องค์​เป็น​ภาษา​ฮีบรู​ว่า “รับ​โบ​นี”ซึ่ง​แปล​ว่า พระ​อาจารย์ ​เยซู​เจ้า​ตรัส​กับ​นาง​ว่า “อย่า​หน่วงเหนี่ยว​เรา​ไว้​เลยเพราะ​เรา​ยัง​ไม่​ได้​ขึ้น​ไป​เฝ้า​พระ​บิดา แต่​จง​ไป​หา​พี่​น้อง​ของ​เราและ​บอก​เขา​ว่า เรา​กำลัง​ขึ้น​ไป​เฝ้า​พระ​บิดา​ของ​เราและ​พระ​บิดา​ของ​ท่าน​ทั้ง​หลาย ไป​เฝ้า​พระ​เจ้า​ของ​เรา และ​พระ​เจ้า​ของ​ท่าน​ทั้ง​หลาย” มา​รีย์ ชาว​มัก​ดา​ลา​จึง​ไป​แจ้ง​ข่าว​กับ​บรรดา​ศิษย์​ว่า “ดิฉัน​ได้​เห็น​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​แล้ว” และ​เล่าเรื่อง​ที่​พระ​องค์​ตรัส​กับ​นาง (ยอห์น 20:11-18) 

          ตามบันทึกพระวรสารนักบุญยอห์น ได้บันทึกว่าข่าวดีเรื่องการกลับคืนชีพของพระคริสตเจ้าได้รับเผยให้กับมารีย์ มักดาเลนาก่อนบรรดาอัครสาวก ที่ใช้ชีวิตอยู่กับพระองค์อย่างใกล้ชิด และเป็นมารีย์เองเป็นแจ้งข่าวกับบรรดาศิษย์ว่า “ดิฉันได้เห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าแล้ว” และเล่าเรื่องที่พระองค์ตรัสกับนาง (ยอห์น 20:18)

          การบันทึกของยอห์นแบบนี้ น่าจะมีนัยยะสำคัญที่ยอห์นต้องการจะสื่ออะไรบางอย่างให้เราได้รู้ เราลองมาทำความเข้าใจ สตรีในพระวรสารของนักบุญยอห์นดู พระวรสารนักบุญยอห์นได้บันทึกให้เหล่าสตรีมีส่วนร่วมในการประกาศข่าวดีของพระองค์ถึง 7 ครั้ง อย่างน้อยมีสตรี 2 ท่าน ที่ได้ถูกบันทึกถึงบทบาท, หน้าที่และเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยเหลือบรรดาอัครสาวกด้วย ตอนไหนบ้าง?

  • งาน​สมรส​ที่​หมู่บ้าน​คา​นา พระ​มารดา​ของ​พระ​เยซู​เจ้า​ สัญญลักษณ์ถึงความไม่สมบูรณ์ในพระธรรมเดิม และได้ยืนยันถึงบัญญิติใหม่ด้วยคำพูดที่บอกว่า“เขา​บอก​ให้​ท่าน​ทำ​อะไร ก็​จง​ทำ​เถิด” (ยอห์น 2:1-11).
  • หญิงชาวสะมาเรีย เป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับการเปิดเผยถึงตัวตนของพระเยซูเจ้า พระ​เยซู​เจ้า​ตรัส​ว่า“เรา​ที่​กำลัง​พูด​อยู่​กับ​เธอ​คือ​พระ​เมส​สิ​ยาห์” (ยอห์น 4:26) หญิงชาวสะมาเรียนคนนี้ได้กลายเป็นผู้แพร่ธรรม ผู้ประกาศข่าวดีแก่ชาวสะมาเรีย (ยอห์น 4: 28-30; 39-42).  “มา​เถิด มา​ดู​ชาย​คน​หนึ่ง​ที่​บอก​ทุกอย่าง​ที่​ดิฉัน​เคย​ทำ เขา​เป็น​พระ​คริสต์​กระมัง” ประชาชน​จึง​ออก​จาก​เมือง​มา​เฝ้า​พระ​องค์ (ยอห์น 4: 29-30); “ชาว​สะ​มา​เรีย​หลาย​คน​จาก​เมือง​นั้น​มี​ความ​เชื่อ​ใน​พระ​องค์ “เรา​มี​ความ​เชื่อ​ไม่​ใช่​เพราะ​คำพูด​ของ​ท่าน​อีก​แล้ว เรา​เอง​ได้ยิน​และ​รู้​ว่า พระ​องค์​เป็น​พระ​ผู้​ไถ่​ของ​โลก​โดย​แท้​จริง” (ยอห์น 4: 39-42). 
  • หญิงทำผิดประเวณี หลังจากได้รับการอภัยบาปจากพระเยซูเจ้า  ณ ช่วงเวลานั้นพระเยซูเจ้าได้พังทลายประเพณีผู้ชายเป็นใหญในสังคม ครอบครัว ประเพณีการออกคำสั่งจากผู้ชายซึ่งปฏิบัติกับสตรีเหมือนเป็นทาส ศักดิ์ศรีของสตรีได้รับการยกให้สูงขึ้น (ยอห์น 8, 1-11). พระวรสารสหทรรศน์ ได้บันทึกให้นักบุญเปโตรเป็นผู้ประกาศความเชื่อต่อพระคริสตเจ้า (มัทธิว 16: 16; มาระโก 8: 29; ลูกา 9: 20) แต่สำหรับพระวรสารนักบุญยอห์นผู้ที่ประกาศยืนยันความเชื่อต่อพระคริสตเจ้าคือ มาธา พี่สาวของมารีย์และน้องสาวของลาซารัส “มาร​ธา​ทูล​ตอบ​ว่า “เชื่อ​พระ​เจ้า​ข้า ดิฉัน​เชื่อ​ว่า​พระ​องค์​เป็น​พระ​คริสต​เจ้า พระ​บุตร​ของ​พระ​เจ้า ที่​จะ​ต้อง​เสด็จ​มา​ใน​โลก​นี้”(ยอห์น 11:27).
  • มารีย์ น้องสาวของมาธา ใช้น้ำมันหอมสมุนไพรบริสุทธิ์ราคาแพงหนักหนึ่งปอนด์ชโลมพระบาทของพระเยซูเจ้า และใช้ผมเช็ดพระบาท กลิ่นน้ำมันหอมอบอวลไปทั่วบ้าน และพระเยซูเจ้าจึงตรัสว่า “ช่างเถิด ปล่อยให้นางเก็บน้ำมันหอมนี้ไว้สำหรับวันฝังศพของเรา(ยอห์น 12:7).
  • สังคมสมัยพระเยซูเจ้า ผู้ที่ตายบนไม้กางเขนจะไม่ได้รับการฝังศพหรือใส่อะไรลงไปในหลุมศพ แต่สำหรับมารีย์ ได้รับคำสั่งจากพระเยซูให้ชโลมพระบาทของพระองค์ในวันฝังศพ นี่หมายความว่า มารีย์ยอมรับพระเยซูเจ้าในฐานะที่เป็นพระแมสสิอาห์ผู้ทรงรับทุกข์ทรมานและต้องตายบนไม้กางเขน ในขณะที่นักบุญโปโตรไม่ยอมรับเครื่องหมายนี้  เป​โตร​ทูล​ว่า “ข้าพ​เจ้า​ไม่​ยอม​ให้​พระ​องค์​ล้าง​เท้า​ข้าพ​เจ้า” (ยอห์น 13:8) และเป​โตร​นำ​พระ​องค์​แยก​ออก​ไป ทูล​ทัดทาน​ว่า “ขอ​เถิด พระ​เจ้า​ข้า เหตุ​การณ์​นี้​จะ​ไม่​เกิด​ขึ้น​กับ​พระ​องค์​อย่าง​แน่​นอน” (มัทธิว 16:22) จากตรงนี้ มารีย์ได้เป็นรูปแบบศิษย์พระเยซูเจ้าผู้กำลังติดตามพระคริสตเจ้าอีกรูปแบบหนึ่ง.
  • ณ เชิงไม้กางเขนพระเยซูเจ้า พระองค์ตรัส​ตรัส​กับ​พระ​มารดา​ว่า “แม่ นี่​คือ​ลูก​ของ​แม่” แล้ว​ตรัส​กับ​ศิษย์​ผู้​นั้น​ว่า “นี่​คือ​แม่​ของ​ท่าน” นับ​ตั้งแต่​นั้น ศิษย์​ผู้​นั้น​ก็​รับ​พระ​นาง​เป็น​มารดา​ของ​ตน (ยอห์น 19: 25-27).   พระศาสนจักรได้เริ่มก่อตั้งขึ้น   พระแม่มารีย์ คือผู้แทนของชุมชนคริสตชน
  • มา​รีย์ ชาว​มัก​ดา​ลา​ จึง​ไป​แจ้ง​ข่าว​กับ​บรรดา​ศิษย์​ว่า “ดิฉัน​ได้​เห็น​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​แล้ว” และ​เล่าเรื่อง​ที่​พระ​องค์​ตรัส​กับ​นาง (ยอห์น 20:11-18) ได้รับคำสั่งจากพระเยซูเจ้าให้ไปแจ้งข่าวการกลับคือชีพแก่บรรดาอัครสาวก

          จากพระวรสารนักบุญยอห์นชี้ให้เราเห็นว่า ไม่เพียงแต่บรรดาอัครสาวกเท่านั้นที่มีสิทธิ์ประกาศขาวดี แต่บรรดาสตรี ที่ในสังคมสมัยพระเยซูเจ้า เป็นบุคคลชั้นสองของสังคม บุคคลที่ไม่ได้รับเกียรติ ยังมีสิทธิ์ประกาศข่าวดีได้ นี่เป็นเครื่องหมายว่า นักบุญยอห์นต้องการบอกว่าเราว่า คริสตชนทุกคนและผู้ได้รับศีลล้างบาป เป็นผู้ที่สามารถประกาศข่าวดีของพระคริสตเจ้าได้

          มีข้อสังเกตว่าก่อนที่เหล่าสตรีจะได้ประกาศข่าวดีในพระวรสารนักบุญยอห์นได้พบปะและมีประสบการณ์กับพระเยซูเจ้าก่อน หลังจากนั้นจึงประกาศข่าวดีนั้น

          ดังนั้น

  • ไม่ใช่เป็นเรื่องของ การรู้เรื่องราวเกี่ยวกับพระเยซูเจ้า แต่เป็นเรื่องของการรู้จักพระเยซูเจ้า มีประสบการณ์พบปะกับพระคริสตเจ้า
  • และจากมีประสบการณ์พบปะกับพระเยซูเจ้า เราสามารถประกาศเหมือนมารีมักดาเลนาว่า “ดิฉันได้เห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าแล้ว” และเล่าเรื่องที่พระองค์ตรัสกับนาง

          ในสมณสาสน์ “พระศาสนจักรในเอเซีย” พระสันตะปาปายอห์นปอลที่ 2 ได้เขียนว่า “ข้าพเจ้าขอสนับสนุนให้ฆราวาสทุกคน สวมบทบาทอันเหมาะสมแห่งชีวิตและพันธกิจของประชากรพระเป็นเจ้า ในฐานะเป็นสักขีพยานให้แก่พระคริสตเจ้า ไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหน” (EA 45) เพราะท่านคือผู้ประกาศว่า พระเยซูเจ้าผู้ทรงกลับคืนชีพ.

สถิติการเยี่ยมชม

13571836
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
5429
5058
28411
13525432
85543
116677
13571836
Your IP: 216.73.216.144
Server Time: 2026-09-26 18:40:07

แบบฟอร์ม

instagram

พระศาสนจักร


สื่อ YOUTUBE


Laudato si’

บทเรียนคำสอน





บทภาวนา

พิธีกรรมต่างๆ

เอกสารพระศาสนจักร

บทความคำสอน



KAMSONCHAN

 

   องค์กรคาทอลิก              คณะนักบวช  
 

สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย
คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรม
แผนกคริสตศาสนธรรม
อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
ศูนย์คริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
สังฆมณฑลจันทบุรี
คณะรักกางเขนแห่งจันทบุรี
มูลนิธิสงเคราะห์เด็ก พัทยา
คามิลเลียนโซเชียลเซนเตอร์ ระยอง

  สังฆมณฑลนครราชสีมา                       
ศูนย์คริสตศาสนธรรม สังฆมณฑลนครราชสีมา
สังฆมณฑลอุบลราชธานี
ศูนย์คริสตศาสนธรรม สังฆมณฑลอุบลราชธานี   
สังฆมณฑลราชบุรี
ศูนย์คริสตศาสนธรรม สังฆมณฑลราชบุรี
ศูนย์คริสตศาสนธรรม สังฆมณฑลราชบุรี
สังฆมณฑลนครสวรรค์
สังฆมณฑลเชียงใหม่
  สังฆมณฑลสุราษฎ์ธานี
สังฆมณฑลอุดรธานี
ศูนย์คริสตศาสนธรรม สังฆมณฑลอุดรธานี

สภาการศึกษาคาทอลิกประเทศไทย
คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อความยุติธรรมและสันติ (ยส.)
คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อสุขภาพอนามัย
สื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย
สื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย (อุดมสาร)
  ชมรมอธิการิณีเจ้าคณะนักบวชแห่งประเทศไทย
คณะภคินีเซนต์ปอลเดอร์ชาร์ต
คณะภคินีศรีชุมพาบาล       
คณะพระมหาไถ่แห่งประเทศไทย
คณะเซนต์คาเบรียล
คณะซาเลเซียน
คณะซาเลเซียน (ซิสเตอร์)
กางเขนแดงสาร

 



JSN Megazine template designed by JoomlaShine.com