ผู้สูงอายุ

(ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต)

          ในปัจจุบันนี้ประชากรโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย จะมีแนวโน้มก้าวเข้าสู่ผู้สูงอายุซึ่งมีอายุ 60 ปีขึ้นไปมากขึ้น จากสถิติแนวโน้มประชากรโลกมีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและคาดว่าในปี ค.ศ.2050 ประชากรโลกจะมีมากกว่า 9 พันล้านคน และในจํานวนนี้ประมาณ 2 พันล้านคนเป็นผู้สูงอายุ

          *จากรายงานของสหประชาชาติปรากฏว่า ใน พ.ศ. ๒๕๔๒ มีผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ ๖๐ ปีขึ้นไปทั่วโลกประมาณ ๖๐๐ ล้านคน คิดเป็น ๑ ในทุก ๑๐ คนของประชากรโลกส่วนใหญ่ (ร้อยละ ๕๓) ของผู้สูงอายุอยู่ในทวีปเอเชียรองลงมา (ร้อยละ ๒๕) อยู่ในทวีปยุโรป ซึ่งเป็นทวีปที่มีประชากรมากเป็นอันดับที่ ๑ และที่ ๒ ของโลกตามลำดับ คาดการณ์ว่า ใน พ.ศ. ๒๕๙๓ จะมีผู้สูงอายุประมาณ ๒ พันล้านคน คิดเป็น ๑ ใน ทุก ๕ คนของประชากรโลก และจะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติที่มีประชากรผู้สูงอายุมากกว่าประชากรเด็กอายุ ๑๐ - ๑๔ ปี

          สำหรับประเทศไทยก็กำลังเข้าสู่ภาวะสังคมของผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว เห็นได้จาก ใน พ.ศ. ๒๕๐๓ สัดส่วนของผู้สูงอายุต่อประชากรทั่วประเทศมีเพียงร้อยละ ๒.๒  ต่อมาเพิ่มเป็นร้อยละ ๘.๘ ใน พ.ศ. ๒๕๔๓ และคาดว่าจะเพิ่มเป็นร้อยละ ๑๕.๓ ใน พ.ศ. ๒๕๖๓ แสดงให้เห็นว่า ในช่วงเวลา ๖๐ ปี สัดส่วนของผู้สูงอายุในประเทศไทยเพิ่มขึ้นถึง ๗ เท่าตัว*1

          จากข้อมูลดังกล่าว จะเห็นว่ากลุ่มผู้อายุ มีแนวโน้มที่จะมากขึ้น มากขึ้นและมากขึ้น พระศาสนจักรเองก็ตระหนักถึงแนวโน้มนี้ จึงให้ความสำคัญและไม่ลืมที่จะทำงานอภิบาลกับกลุ่มผู้สูงอายุ

          นักบุญพระสันตะปาปายอห์นปอลที่ ๒ได้สนับสนุนการทำงานอภิบาลกับกลุ่มผู้สูงอายุ ท่านได้เขียน“สาสน์ถึงผู้สูงอายุ” ในปี 1999โดยเริ่มต้นด้วยคำว่า“ในฐานะที่ข้าพเจ้าเป็นผู้สูงอายุ ข้าพเจ้าปรารถนาที่จะพูดคุยกับท่าน............ความยากลำบากในชีวิตประจำวันจะได้รับความบรรเทาจากความช่วยเหลือของพระเป็นเจ้า”  นักบุญยอห์นปอลที่ 2 ยังได้ให้กำลังใจบรรดาผู้สูงอายุ ด้วยข้อความในพระคัมภีร์ว่า  “ผู้สูงอายุเป็นพระพรจากพระเป็นเจ้า” 

           

         “แต่​จง​เดิน​ตาม​ทาง​ซึ่ง​พระ​ยาห์​เวห์​พระ​เจ้า​ของ​ท่าน​ทรง​บัญชา​ท่าน​ไว้​ทุก​ประการเพื่อ​ท่าน​จะ​ได้​อยู่​อย่าง​มี​ความ​สุข​และ​จะ​มี​ชีวิต​ยืนยาว​ใน​แผ่น​ดิน​ที่​ท่าน​กำลัง​เข้า​ยึดครอง”  (ฉธบ. 5:33)

         “อับ​รา​ฮัม​มี​อายุ​หนึ่ง​ร้อย​เจ็ดสิบ​ห้า​ปีจึง​สิ้นชีวิต​ใน​วัย​ชรา​อัน​ยาวนาน​และ​ผาสุกไป​รวม​อยู่​กับ​บรรดา​บรรพบุรุษ” (ปฐก 25:7-8)

           

          ท่านผู้สูงอายุ ท่านเป็นบุคคลที่มีค่าในพระศาสนจักร ท่านมีความรู้และความรอบรู้ ท่านคือบุคคลที่หนังสือสุภาษิตบทที่ 3 ข้อที่ 13-16 ได้เขียนไว้ว่า “มนุษย์​ที่​พบ​ปรีชา​ญาณและ​คน​ที่​ได้​รับ​ความ​เข้าใจย่อม​เป็นสุข​การ​ได้​ปรีชา​ญาณ​มา​ย่อม​ดี​กว่า​การ​ได้​เงิน เป็น​กำไร​มาก​กว่า​การ​มี​ทองคำปรีชา​ญาณ​ประเสริฐ​กว่า​ไข่มุกแม้​สิ่ง​ที่​ลูก​ปรารถนา​มาก​ที่สุดก็​เทียบ​กับ​ปรีชา​ญาณ​ไม่​ได้ชีวิต​ยืนยาว​อยู่​ใน​มือขวา​ของ​ปรีชา​ญาณความ​มั่งคั่ง​และ​เกียรติยศ​อยู่​ใน​มือ​ซ้าย”



1 ข้อมูลจาก http://guru.sanook.com/1612/แนวโน้มการเพิ่มประชากรผู้สูงอายุทั่วโลกและในประเทศไทย/